Content on this page requires a newer version of Adobe Flash Player.

Get Adobe Flash player

 






   
 
 
      TIPS     เหตุฉุกเฉินเกี่ยวกับระบบไฟฟ้า    

 
 


  ควรทำอย่างไรเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน


เหตุฉุกเฉินเกี่ยวกับระบบไฟฟ้า

ควรทำอย่างไรเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน
ไฟฟ้าช๊อต

พวกเราส่วนมากคิดว่าไฟฟ้าเป็นวิธีที่ง่ายในการให้พลังงานในบ้านของเรา แต่เราควรตระหนักถึงอันตรายต่างๆ ไฟฟ้าช็อตอาจทำให้เกิดความรู้สึกเจ็บเพียงเล็กน้อยไปจนถึงอาการไหม้อย่างรุนแรง แม้กระทั่งอาจทำให้เกิดอาการหัวใจล้มเหลวได้ ส่วนของความปลอดภัยของเราจะอธิบายถึงวิธีที่ดีที่สุดสำหรับการหลีกเลี่ยงจากอันตรายเหล่านั้น

ไฟฟ้าช็อตอาจเกิดจากสิ่งต่างๆ ดังต่อไปนี้

  • เครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีข้อบกพร่อง
  • สายไฟฟ้าหรือสายต่อที่เสียหาย
  • เครื่องใช้ไฟฟ้าสัมผัสกับน้ำ
  • การเดินสายไฟฟ้าในบ้านที่มีข้อบกพร่อง

ในกรณีที่มีผู้ที่ถูกไฟฟ้าช็อต

  • ผู้ที่ถูกไฟฟ้าช็อตอาจหมดสติ มีชีพจรอ่อน มีปัญหาในการหายใจ หรือหยุดหายใจ และอาจจะมีรอยไหม้
  • ร่างกายมนุษย์เป็นสื่อนำไฟฟ้าดังนั้นกระแสไฟฟ้าอาจจะยังคงวิ่งผ่านร่างกายของผู้ที่ถูกไฟฟ้าช็อตได้ จึงห้ามสัมผัสตัวของผู้ที่ถูกไฟฟ้าช็อตเนื่องจากท่านอาจจะถูกไฟฟ้าช็อตด้วยก็ได้
  • ปิดระบบการจ่ายไฟฟ้าหลักที่จ่ายไฟฟ้าเข้าไปในบ้านเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายเพิ่มมากขึ้น
  • ติดต่อผู้ให้บริการฉุกเฉินและแจ้งว่ามีอุบัติเหตุเกี่ยวกับระบบไฟฟ้าเกิดขึ้น
  • เมื่อผู้ที่ถูกไฟฟ้าช็อตไม่สัมผัสกับแหล่งจ่ายไฟฟ้าแล้ว และไม่มีความเสี่ยงที่จะเกิดการส่งผ่านกระแสไฟฟ้า ให้ทำการเช็คลมหายใจและชีพจร และให้ทำการปฐมพยาบาลในกรณีฉุกเฉินได้ เริ่มทำการกู้ชีพผู้ประสบภัยในกรณีที่จำเป็น หากท่านไม่ในใจเกี่ยวกับขั้นตอนในการกู้ชีพ เจ้าหน้าที่ประจำรถพยายาบาลสามารถแจ้งให้ท่านทราบถึงการกู้ชีพทีละขั้นตอนทางโทรศัพท์ได้ – การกู้ชีพโดยเร็วจะทำให้โอกาสในการรอดชีวิตของผู้ประสบภัยเพิ่มมากขึ้นได้
  • หากผู้ป่วยยังหายใจอยู่ พูดคุยกับเขาเพื่อให้ผู้ป่วยลดความกังวลจนกว่ารถพยาบาลจะมาถึง พยายมอย่าเคลื่อนย้ายผู้ป่วย และให้ทำแผลในส่วนที่สามารถทำได้

ปิดแผลไฟไหม้และแผลพุพองด้วยผ้าปิดแผลที่ไม่เหนียว แต่ห้ามใช้ครีมหรือน้ำมันทาบริเวณแผลไฟไหม้

 

ตรวจสอบเบรคเกอร์ปลดวงจรของท่าน

วงจรไฟฟ้าในปัจจุบันมีระบบเบรคเกอร์ปลดวงจรด้วยฟิวส์ ในกรณีที่มีข้อบกพร่องเกิดขึ้นสวิตช์จะถูกดีด ในกรณีที่ท่านมีเบรคเกอร์ปลดวงจร มันจะอยู่บนหรือใกล้ๆ กับกล่องฟิวส์ของท่าน กล่องฟิวส์ของท่านจะอยู่ใกล้กับมิเตอร์ไฟฟ้าของท่าน ท่านควรตรวจสอบตำแหน่งของเบรคเกอร์ปลดวงจรและกล่องฟิวส์ของท่านเป็นอันดับแรกเมื่อท่านย้ายเข้าไปในทรัพย์สินใหม่ – ก่อนที่จะมีเหตุฉุกเฉินเกิดขึ้น เบรคเกอร์ปลดวงจรของท่านควรมีปุ่ม “กดเพื่อทดสอบ” หรือปุ่ม “ตั้งเครื่องใหม่”

สวิตช์สามารถปิดได้ด้วยสาเหตุดังต่อไปนี้

  • วงจรมีกระแสไฟฟ้าไหลผ่านมากเกินไป – มีการใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้าพร้อมๆ กันมากเกินไป
  • เครื่องใช้ไฟฟ้ามีข้อบกพร่อง
  • หม้อต้มน้ำมีน้ำมากจนล้น
  • จุดเชื่อมต่อบนสายต่อกับเครื่องใช้ไฟฟ้ามีข้อบกพร่อง
  • ฮีตเตอร์จุ่มมีข้อบกพร่อง

ในกรณีที่สวิตช์ถูกดีดเนื่องจากสาเหตุใดสาเหตุหนึ่งเหล่านี้ ท่านควรดีดมันกลับไปเหมือนเดิม แล้วเสียบปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าใหม่ทีละตัว ในกรณีที่สวิตช์ถูกดีดอีกท่านจะรู้ว่าเครื่องใช้ไฟฟ้าใดมีข้อบกพร่อง

การแก้ไขปัญหา

สวิตช์เปิด


ในกรณีที่สวิตช์เปิด ปิดแล้วเปิดมันใหม่ – กลไกสามารถถูกดีดในกล่องแต่ไม่ทำให้สวิตช์จริงๆ จะไม่เคลื่อนไหว ในกรณีที่ยังไม่มีกระแสไฟฟ้าไหลเหมือนเดิมให้กดปุ่ม “กดเพื่อทดสอบ” ในกรณีที่สวิตช์ถูกดีดในตอนนี้หมายความว่าการเดินสายไฟของท่านมีปัญหา หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าอาจจะมีข้อบกพร่องเนื่องจากปุ่มนี้จะดีดสวิตช์ในกรณีที่ท่านมีกระแสไฟฟ้าไหลผ่านตามปกติเท่านั้น ตอนนี้สวิตช์จะอยู่ในตำแหน่งที่ปิด นี่คือปัญหาภายในบ้านของท่านจึงห้ามติดต่อผู้ให้บริการไฟฟ้า ท่านจำเป็นต้องติดต่อช่างไฟที่มีคุณสมบัติให้มาแก้ไขปัญหาที่บ้านท่าน

ในกรณีที่สวิตช์เปิดอยู่ และปุ่ม “กดเพื่อทดสอบ” ไม่ดีดสวิตช์หมายความว่าไม่มีกระแสไฟฟ้าไหลเข้ามา ดังนั้นท่านควรติดต่อสายด่วนของผู้ให้บริการไฟฟ้า

 

สวิตช์ปิด

ในกรณีที่ท่านไปที่กล่องแล้วพบว่าเบรคเกอร์ปลดวงจรปิดอยู่ ท่านควรเปิดมันกลับเหมือนเดิม ในกรณีที่สวิตช์ยังคงเปิดอยู่แต่ยังไม่มีกระแสไฟฟ้าไหลเข้ามา ตรวจสอบว่าท่านไม่ได้ปิดสวิตช์หลักที่กล่องฟิวส์ ในกรณีที่สวิตช์ถูกดีดทันทีหมายความว่าการเดินสายไฟของท่านมีปัญหา – ท่านควรติดต่อช่างไฟที่มีคุณสมบัติให้มาแก้ไขปัญหาที่บ้านท่าน

ในกรณีที่กล่องฟิวส์และเบรคเกอร์ปลดวงจรแยกกัน ปิดกล่องฟิวส์แล้วเปิดเบรคเกอร์ปลดวงจรกลับไปเหมือนเดิม – มันไม่ควรถูกดีดกลับ ในกรณีที่มันถูกดีดกลับมาปิดอีกครั้งหมายความว่ากล่องฟิวส์หรือเบรคเกอร์ปลดวงจรมีปัญหา

 

การหยุดจ่ายไฟฟ้า

สิ่งแรกที่ท่านควรทำในกรณีที่มีการหยุดการจ่ายไฟฟ้าคือการตรวจสอบเบรคเกอร์ปลดวงจร การวางสายไฟฟ้า และเครื่องใช้ไฟฟ้าของท่าน ในกรณีที่ไม่มีข้อบกพร่องท่านควรติดต่อหมายเลขฉุกเฉินของผู้ให้บริการไฟฟ้าของท่าน

ก่อนที่ท่านจะติดต่อผู้ให้บริการไฟฟ้าท่านควรตรวจสอบว่าเพื่อนบ้านของท่านหรือบ้านหลังอื่นๆ ในถนนเดียวกันไม่ได้รับไฟฟ้าด้วยหรือไม่เนื่องจากผู้ให้บริการไฟฟ้าของท่านมักจะถามคำถามดังกล่าว ผู้ให้บริการไฟฟ้าของท่านจะขอชื่อและรายละเอียดที่อยู่ของท่านและจะถามว่าไฟฟ้าที่บ้านท่านดับเมื่อใด และอาจจะขอให้ท่านตรวจสอบเบรคเกอร์ปลดวงจรและมิเตอร์ไฟฟ้าของท่าน

ในกรณีที่ผู้ให้บริการไฟฟ้ารู้ว่ามีไฟดับในพื้นที่และกำลังดำเนินการแก้ไขอยู่ ท่านอาจจะได้รับข้อความที่ถูกบันทึกไว้เมื่อท่านติดต่อไปทางโทรศัพท์เพื่อเป็นการให้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องสำหรับท่าน ในกรณีที่ท่านมีข้อมูลใดๆ เกี่ยวกับสาเหตุที่ทำให้ไฟฟ้าดับท่านควรแจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบเพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถดำเนินการแก้ไขโดยเร็วที่สุด

ในกรณีที่มีแผนการตัดไฟฟ้าในพื้นที่ของท่านผู้ให้บริการไฟฟ้าน่าจะแจ้งให้ท่านทราบก่อนล่วงหน้า แผนการตัดไฟฟ้าอาจเกิดขึ้นไม่บ่อยครั้งและบริษัทผู้ให้บริการไฟฟ้าของท่านและ National Grid จะมีข้อตกลงสำหรับการตัดไฟฟ้าเพื่อรับรองว่าจะมีการแจ้งแผนการตัดไฟฟ้าให้ท่านทราบล่วงหน้าอย่างเหมาะสมและจะดำเนินการจ่ายไฟฟ้าโดยเร็วที่สุด ในกรณีที่ผู้ให้บริการไฟฟ้าไม่สามารถทำตามข้อตกลงท่านอาจจะได้รับค่าชดเลย

ท่านควรทำอย่างไรในกรณีที่มีการหยุดจ่ายไฟฟ้า

  • เตรียมเทียนและไฟฉายไว้ในบ้านเสมอเพื่อใช้เป็นแสงสว่างในกรณีฉุกเฉิน ตรวจสอบว่ามีการจุดเทียนอย่างปลอดภัยและไม่ควรจุดเทียนทิ้งไว้
  • พยายามให้สมาชิกในบ้านทุกคนมารวมกันอยู่ในห้องเดียวและห่มผ้าเพื่อสร้างความอบอุ่น
  • เปิดสวิตช์หลอดไฟทิ้งไว้เป็นสัญญาณให้ท่านทราบเมื่อมีการจ่ายไฟฟ้า
  • ถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ ออก และไม่ควรเปิดตู้เย็นและช่องแช่แข็งบ่อยๆ ตรวจสอบว่าอาหารไม่ได้ละลายเมื่อสามารถใช้ไฟฟ้าได้เหมือนเดิม